005: ทำไมทองถึงแพง?
ผมเป็นคนหนึ่งที่คิดว่าทองไม่น่าจะมีราคาได้ถึงขนาดนี้ เนื่องจากถ้าเทียบกับหุ้นแล้วทองไม่ได้มีคุณค่าหรือสร้างประโยชน์อะไรที่จับต้องได้ และไม่ได้เป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตเลย เพราะคุณสามารถเกิดมาและอยู่จนตายโดยไม่ต้องใช้ทอง ในขณะที่หุ้นของบริษัทต่างๆที่ผลิตของกินของใช้นั้น เราใช้กันเป็นประจำทุกวันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นน้ำมัน ไฟฟ้า ข้าว เนื้อสัตว์ บ้าน เฟอร์นิเจอร์ และอื่นๆอีกมากมาย
และเมื่อดูกราฟราคาทองในอดีตแล้ว พบว่ามีช่วงหนึ่งที่ราคาทองตกต่ำเป็นเวลานานมากกว่า 20 ปี คนที่ซื้อทองช่วงนั้นจะมีแต่ขาดทุนไปตลอดชีวิตการทำงานเก็บเงินของเขา ในขณะที่หุ้นนั้น ถ้าเป็นบริษัทที่มีกิจการดีจริง ไม่ว่าเศรษฐกิจแย่แค่ไหน หากทนถือไว้สัก 10 ปียังไงก็ต้องกำไรอย่างแน่นอน
แต่สิ่งที่ผมมองข้ามไปก็คือ กระแสของนโยบายทางการเงินของต่างประเทศ และการมองว่า “ทอง” เป็น “วัตถุที่ใช้ในการแลกขายซื้อเปลี่ยน” ชนิดหนึ่ง ไม่ใช่มองแค่ว่าเป็นสิ่งของที่ต้องมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิต
กระแสนโยบายทางการเงินต่างๆในสมัยนี้ หากประเทศใดประสบปัญหามีหนี้เป็นจำนวนมาก มักใช้วิธีการ “พิมพ์เงิน” ขึ้นมา ขนาดมีตัวอย่างแบบ “ซิมบับเว” ที่เงินเฟ้อมากจนคนต้องแบกแบงค์เป็นกระเป๋าไปจ่ายตลาด แต่สหรัฐก็ยังใช้วิธีการเดียวกันในการแก้ปัญหาวิกฤิตซับไพรม์ของตัวเอง คือพิมพ์เงินออกมาเป็นจำนวนมาก ซึ่งเมื่อเงินมีจำนวนมากขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ ในขณะสิ่งที่ของอื่นๆที่ต้องใช้ “เงิน” แลกเปลี่ยนนั้นมีจำนวนเท่าเดิม นั่นแสดงว่าสิ่งของอื่นๆเหล่านั้น จะมี “ค่าที่ต้องใช่เงินแลก” มากขึ้น เพราะอยู่ดีๆเงินในระบบก็เพิ่มขึ้นเองโดยการใช้นโยบายบังคับอย่างรวดเร็ว โดยไม่ได้เพิ่มขึ้นโดยกลไกตลาดตามปกติ
นักเก็งกำไรก็เลยมองว่า ในเมื่อเงินมีคุณค่าลดลง ไม่จำกัดเฉพาะเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นสิ่งที่เป็น “วัตถุที่ใช้ในการแลกขายซื้อเปลี่ยน” อีกชนิดนึงที่ไม่สามารถ “ผลิตขึ้นมาได้ตามใจ” อย่าง “ทอง” จะมีค่ามาก ถ้าประเทศต่างๆยังเห่อการใช้วิธีปั๊มเงินปลดหนี้ไปเรื่อยๆนั่นเอง
ยังมีอีกอย่างที่ส่งผลเสริมให้ราคาทองมีราคามากขึ้นไปอีกคือ เครื่องมือทางการเงินที่เรียกว่า “สัญญาซื้อขายล่วงหน้า” ของทอง หรือที่ในไทยเรียกว่า Gold Futures
Gold Futures ในไทยนั้นทำให้คนทั่วไปสามารถซื้อทอง 50 บาท (ประมาณ 1 ล้านบาท) โดยลงเงินไปแค่ประมาณ 60,000 บาทเท่านั้น ซึ่งทำให้เงินมีอำนาจซื้อมากกว่าความเป็นจริงถึง 15 เท่า (จริงๆเรามีเงินแค่ 60,000 บาท แต่เรากลับมีแรงซื้อทองเป็นจำนวนเงินได้ถึง 1 ล้านบาท) ในขณะที่สมัยก่อนถ้าจะซื้อทองเท่าไร ก็ต้องจ่ายเงินเต็มจำนวน ส่งผลให้ราคาตลาดของทอง จะบิดเบือนผันผวนไปจากความเป็นจริงพอสมควร ซึ่งเครื่องมือเหล่านี้ จะเกิดขึ้นเรื่อยๆในประเทศที่กำลังพัฒนาอีกหลายๆประเทศ
ดังนั้นสำหรับช่วงนี้ผมมองที่ว่า สหรัฐฯ ว่าจะมีมาตรการ QE3 ออกมาหรือเปล่า ถ้าไม่มีออกมาอีก ราคาทองอาจจะพักตัวแถวๆนี้เป็นเวลานาน เพื่อให้คนกลุ่มที่มีทองมาก ขายทองออกได้ราคา และกลับไปสะสมสกุลเงินหรือสินทรัพย์อื่นๆ เหมือนเดิม แต่ถ้า QE3 ออกมาอีก หรือมีประเทศอื่นๆใช้นโยบายปั็มเงินอีก ราคาทองก็จะขึ้นไปเรื่อยๆ

leave a comment